ฤดูหนาวญี่ปุ่น (Fuyu / 冬) ช่วงธันวาคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่ต้องเตรียมตัวจริงจัง — โดยเฉพาะถ้าไปฮอกไกโดที่อุณหภูมิลงได้ถึง -15°C ในเดือนมกราคม มีหิมะตกหนัก และต้องเดินบนน้ำแข็ง การเช่าพาร์กากันหนาวจัด + รองเท้าหิมะกันลื่น ดีกว่าซื้อเองมาก เพราะใช้แค่ 5-10 วันต่อปี เก็บไว้ที่บ้านก็เปลือง
| เมือง | อุณหภูมิ ม.ค. (°C) | หิมะตก | ระดับการเตรียม |
|---|---|---|---|
| ฮอกไกโด (ซัปโปโร) | -7 ถึง -1 | หนักมาก | 🥶🥶🥶 พาร์กา + บูทหิมะ |
| โทโฮคุ (เซนได) | -3 ถึง 4 | หนัก | 🥶🥶 พาร์กา + บูทกันลื่น |
| โตเกียว / โยโกฮาม่า | 1 ถึง 10 | นานๆ ที | 🥶 ดาวน์แจ็คเก็ตหนา |
| เกียวโต / โอซาก้า | 2 ถึง 9 | นาน ๆ ครั้ง | 🥶 ดาวน์แจ็คเก็ต + ผ้าพันคอ |
| คิวชู (ฟุกุโอกะ) | 5 ถึง 11 | ไม่ค่อยตก | 🌡️ เสื้อโค้ทเบา |
การกันหนาวที่ฉลาดคือ ใส่ 3 ชั้น ไม่ใช่ใส่เสื้อหนาตัวเดียว — ชั้นใน (Base layer) ใช้ HEATTECH รักษาอุณหภูมิร่างกาย, ชั้นกลาง (Mid layer) เสื้อยืดแขนยาว + เสื้อกันหนาวบาง, ชั้นนอก (Outer layer) พาร์กาหรือดาวน์แจ็คเก็ตหนา ระบบนี้ทำให้ปรับอุณหภูมิได้ตามสภาพ ถอดออกได้เมื่อเข้าร้าน รถไฟ ที่อบอุ่น
ไม่ได้ — โดยเฉพาะฮอกไกโด พื้นน้ำแข็งอันตรายมาก ลื่นได้ตลอด รองเท้าผ้าใบทั่วไปไม่กันน้ำ จะเปียกและหนาวเท้าจนเดินไม่ไหว ต้องใช้รองเท้าหิมะที่มีพื้นกันลื่น (เช่น Columbia Bugaboot หรือ Sorel)
ในร้านอาหาร โรงแรม และรถไฟญี่ปุ่น มีฮีตเตอร์อุ่นมาก (22-25°C) ใส่พาร์กาเข้าไปจะร้อนมาก แนะนำใช้ Layering ที่ถอดเลเยอร์ออกได้ง่าย
เด็กและผู้สูงอายุไวต่อความเย็นมากกว่าผู้ใหญ่ ควรใส่ HEATTECH หรือลองจอนเสริม + ถุงเท้าหนา 2 ชั้น + ที่ครอบหูเพิ่มจากหมวก beanie
หรือไปญี่ปุ่นใบไม้เปลี่ยนสีแทน? · เปรียบเทียบกับเกาหลีฤดูหนาว